<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด]]></title>
<link>https://sti.onab.go.th/th/content/category/index/id/110</link>
<atom:link href="https://sti.onab.go.th/th/content/category/index/id/110" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดหนองโว้ง พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://sti.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/646</link>
<guid isPermaLink="false">e734d95ff869db47455b1b414338eb42</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://sti.onab.go.th/cms/s77/u1/เกี่ยวกับเรา/ตราสำนักงานพระพุทธศาสนา.png" style="width: 100px; height: 120px;" /></p>

<p><b>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;วัดหนองโว้ง</b>&nbsp;เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย&nbsp;ตั้งอยู่ในตำบลเมืองบางยม อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 76 ไร่ 2 งาน 95.80 ตารางวา มีแม่น้ำยมไหลผ่านด้านหลังวัด</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;วัดหนองโว้งตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2242 เดิมเรียกว่า&nbsp;<b>วัดหนองโอ่ง</b>&nbsp;ต่อมาเปลี่ยนเป็นวัดหนองโว้ง เนื่องจากน้ำฝนได้กัดเซาะตลิ่งจนพังจึงทำให้เป็นเว้าโค้ง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา&nbsp;เมื่อพ.ศ. 2399 ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2536 ด้านการศึกษา ทางวัดได้เปิดสอน พระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลี กับทั้งแผนกสายสามัญ โดยมีโรงเรียน คือ โรงเรียนวัดหนองโว้งวิทยา เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ประจำอำเภอสวรรคโลก ตั้งแต่ พ.ศ. 2537 เปิดสอนตามหลักสูตรโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น ตอนปลาย พ.ศ. 2534 สังกัดกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;สอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2544 สังกัดกองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;วัดหนองโว้งมีปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ พระพุทธรูปหลวงพ่อสองพี่น้อง เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย&nbsp;2 องค์ เนื้อทองสำริด ขนาดหน้าตักกว้าง 39 นิ้ว และ 31.9 นิ้ว ตามลำดับ พบเมื่อ พ.ศ. 2456 โดยชาวบ้านหนองโว้งได้บุกถางป่าบริเวณบ้านปากน้ำซึ่งอยู่ห่างจากบ้านหนองโว้งประมาณ 4 กิโลเมตร พบซากอุโบสถเก่าซึ่งหักพังเป็นเนินดินสูง ลักษณะคล้ายจอมปลวก มีต้นไม้และเถาวัลย์ปกคลุมหนาแน่น เมื่อขุดดินจึงพบพระพุทธรูปจำนวน 4 องค์ องค์ใหญ่ 2 องค์ และองค์เล็ก 2 องค์ ชาวบ้านได้มอบให้พระอุปัชฌาย์พุกเจ้าอาวาสวัดหนองโว้งสมัยนั้น 2 องค์ ส่วนอีก 2 องค์ ได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่วัดปากน้ำ&nbsp;หลวงพ่อสองพี่น้องนั้นแต่เดิมได้อัญเชิญพระพุทธรูปที่ได้มาประดิษฐานไว้ที่มณฑป เนื่องจากยังมิได้ก่อสร้างวิหาร&nbsp;ต่อมาจึงได้สร้างวิหารเมื่อ พ.ศ. 2472 เพื่อประดิษฐาน ทุกปีจะมีงานฉลองพระพุทธรูป โดยกำหนด ขึ้น 12 ค่ำ ถึง 15 ค่ำและแรม 1 ค่ำ เดือนสามของทุกปี</p>

<p>อ้างอิงข้อมูลจาก : http://th.wikipedia.org</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sti.onab.go.th/th/file/get/file/20211125639a8b42e5095b46e4c8613e2aa71145141134.jpg' type='image/jpg' length='357766' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดไทยชุมพล]]></title>
<link>https://sti.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/647</link>
<guid isPermaLink="false">a8b51e47589b844d7436e4fc0698047c</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://sti.onab.go.th/cms/s77/u1/เกี่ยวกับเรา/ตราสำนักงานพระพุทธศาสนา.png" style="width: 100px; height: 120px;" /></p>

<p><b>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;วัดไทยชุมพล</b>&nbsp;เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ อาทิ พระไตรภูมิ&nbsp;(หลวงพ่องาม) พระไตรโลก&nbsp;(หลวงพ่อโต) และพระพุทธบาทจำลอง เป็นต้น</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;วัดไทยชุมพล</strong> จัดสร้างขึ้นสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ประมาณรัชกาลที่ 3&nbsp;ประมาณ พ.ศ. 2376&nbsp;นามเดิมมีชื่อว่า &quot;วัดใหม่ไพร่ประชุมพล&quot; ชาวบ้านเรียกว่า &quot;วัดบางแก้ว&quot; เพราะตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านทุ่งบางแก้วตามชื่อหมู่บ้าน ตามประวัติมีว่า พระยาสุโขทัย&nbsp;(บุญมี) ได้นำไพร่พลที่จะไปสมทบตีเขมรและญวนมาประชุมกัน ณ ทุ่งบางแก้ว หลังจากได้คุมกองทัพไปตีเมืองสุยได้ชัยชนะกลับมาแล้ว จึงได้จัดสร้างวัดขึ้นตรงบริเวณดังกล่าวและขนานนามว่า &quot;วัดใหม่ไพร่ประชุมพล&quot; ต่อมาประมาณ พ.ศ. 2486 พระศรีสุธรรมุนี (อาจ อาสโภ) เจ้าคณะตรวจการภาค 6 ได้มาตรวจการคณะสงฆ์จังหวัดสุโขทัย สั่งให้เปลี่ยนชื่อเสียใหม่ ให้มีความหมายดีขึ้น เป็น &quot;วัดไทยชุมพล&quot; และใชมาตราบเท่าทุกวันนี้ และเป็นวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้วนับแต่ราว พ.ศ. 2382</p>

<p>อ้างอิงข้อมูลจาก : http://th.wikipedia.org</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sti.onab.go.th/th/file/get/file/20211125c9fddd04dda6bf5209b24b1d8ea7be49142403.jpg' type='image/jpg' length='10363439' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดตระพังทอง]]></title>
<link>https://sti.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/648</link>
<guid isPermaLink="false">a1c2fe5565b5853ddaea85044918445c</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://sti.onab.go.th/cms/s77/u1/เกี่ยวกับเรา/ตราสำนักงานพระพุทธศาสนา.png" style="width: 100px; height: 120px;" /></p>

<p><b>&nbsp; &nbsp; วัดตระพังทอง</b>&nbsp;ตั้งอยู่ที่ถนนจรดวิถีถ่อง หมู่ที่ 3 ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย&nbsp;สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 44 ไร่ อาณาเขต ทิศเหนือยาว 5 เส้น 10 วา ติดต่อกับถนนจรดวิถีถ่อง ทิศใต้ยาว 3 เส้น 10 วา ติดต่อกับสวนป่ากล้วยของชาวบ้าน ทิศตะวันออก ยาว 8 เส้น ติดต่อกับหมู่บ้านประชาชน ทิศตะวันตกยาว 8 เส้น ติดต่อกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง&nbsp;โดยมี สค.1 เลขที่ 782 เป็นหลักฐาน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่ม มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ที่มุมด้านตะวันตกเฉียงเหนือ และมีสระน้ำโบราณหลายสระบริเวณพื้นที่วัดตั้งอยู่ภายในกำแพงเมืองเก่า สภาพแวดล้อมเป็นหมู่บ้าน ประชาชนและมีถนนหนทางติดต่อคมนาคมสะดวก อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มีอุโบสถกว้าง 8.30 เมตร ยาว 15 เมตร สร้าง พ.ศ. 2550 ช่อฟ้าทำเป็นหัวนาคสังคโลก ศาลาการเปรียญกว้าง 12.30 เมตร ยาว 19.23 เมตร สร้าง พ.ศ. 2499 หอสวดมนต์กว้าง 12 เมตร ยาว 21 เมตร สร้าง พ.ศ. 2526 กุฎีสงฆ์ จำนวน 7 หลัง สำหรับปูชนียวัตถุมีพระประธานในอุโบสถเรียกว่า &ldquo;หลวงพ่อขาว&rdquo; เป็นพระพุทธรูปปั้นปางมารวิชัย รอยพระพุทธบาทจำลองขนาดกว้าง 4 ฟุต 10 นิ้ว ยาว 6 ฟุต 8 นิ้ว สลักบนแผ่นหินศิลาเป็นรอยพระบาทเบื้องขวาที่ขอบมีดอกจันโดยรอบ 54 ดอก ภายในเป็นรูปชาดกต่าง ๆ ผู้สร้างคือพระมหาธรรมราชาที่ 1&nbsp;เมื่อ พ.ศ. 1902 และมีเจดีย์ทรงลังกาขนาดฐานกว้าง 8 วา สูง 12 วา ศิลปะการก่อสร้างเป็นสกุลช่างสมัยสุโขทัย</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; วัดตระพังทองสร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. 1826 ได้นามจากสระน้ำที่อยู่ในบริเวณวัดว่าตระพังทอง ตามประวัติศาสตร์สร้างในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช&nbsp;ต่อมาสมัยพระมหาธรรมราชาลิไทได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ และต่อมาประมาณ พ.ศ. 2450 พระยารณชัยชาญยุทธ (ครุฑ) ได้นำประชาชนบูรณะอุโบสถ ครั้นปี พ.ศ. 2473 พระราชประสิทธิคุณ เจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย ได้นำรอยพระพุทธบาทที่เขาพระบาทใหญ่มาประดิษฐานไว้ที่วัดนี้ และได้จัดงานมนัสการเป็นประจำทุกปี วัดตระพังทองนับเป็นวัดชนิดได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมาแล้ว ตามทะเบียนวัดระบุปี พ.ศ. 1830 ไว้เป็นหลักฐาน มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา 20 รูป สามเณร 34 รูป ทางวัดเปิดสอนปริยัติธรรมตั้งแต่ พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา</p>

<p>อ้างอิงข้อมูลจาก : http://th.wikipedia.org</p>
]]></description>
<enclosure url='https://sti.onab.go.th/th/file/get/file/20211126c739f2fc111152551ef2f947c8d675dc103244.jpg' type='image/jpg' length='64113' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดพิพัฒน์มงคล]]></title>
<link>https://sti.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/649</link>
<guid isPermaLink="false">0a7625fb6e505a656247b03c6aac49c2</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://sti.onab.go.th/cms/s77/u1/เกี่ยวกับเรา/ตราสำนักงานพระพุทธศาสนา.png" style="width: 100px; height: 120px;" /></p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; วัดพิพัฒน์มงคล&nbsp;</strong>ตั้งอยู่ อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ห่างจากที่ว่าการอำเภอทุ่งเสลี่ยม ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งของจังหวัด แต่เดิมวัดแห่งนี้เป็นวัดร้างกลางทุ่งนา สันนิษฐานว่าเป็นวัดมาก่อนประมาณ 700 ปี ไม่ปรากฏหลักฐานในทางประวัติศาสตร์ แต่พบเพียงรากฐานอุโบสถ เจดีย์โบราณ ซึ่งจมอยู่ใต้พื้นดินลึกลงไปประมาณ 1.50 เมตร ตรงใจกลางวัดในปัจจุบัน วัดพิพัฒน์มงคล เป็นที่รู้จักกันดีไปทั้งประเทศ จนถึงยังต่างประเทศถือเป็นสถานธรรมซื่อดังอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย และยังเป็นแหล่งสถานที่ศึกษาเชิงพุทธศาสนา และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ โดยมีหลวงพ่อพระครูวรคุณประยุต พระอาจารย์พิพัฒน์มงคล เจ้าอาวาสและเจ้าคณะอำเภอ ทุ่งเสลี่ยม ก่อตั้งสร้างวัดและ ได้พัฒนาถาวรวัตถุต่าง ๆ ที่จัดว่าเป็นเอกลักษณ์ วิจิตรเชิงศิลปะโบราณทรงไทยล้านนาขึ้นเป็นจำนวนมากในวัดแห่งนี้ เช่น โบสถ์เรือนแก้ว วิหารล้านนา ลานศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลีนักธรรมการพัฒนาและการปฏิบัติธรรม รวมทั้งพระพุทธรูปทองคำ ศิลปะสมัยกรุงสุโขทัยที่ประดิษฐานและสร้างซื่อเสียง โด่งดังมาควบคู่กับวัดและจังหวัดสุโขทัย รวมระยะเวลา ๒๖ ปี &nbsp;บนพื้นที่ 119 &nbsp;ไร่ ของการสร้างวัด คณะศรัทธาพุทธศาสนิกชน ร่วมบุญสร้างวัดกับหลวงพ่อพิพัฒน์มงคล</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; วัดพิพัฒน์มงคล&nbsp;</strong>ได้รับการยกย่องเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างปี 2540 เป็นอุทยานการศึกษาปี 2541 เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงาน ดีเด่นปี 2543 เป็นวัดปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปี 2543 และได้รับเสมาทองคำพระราชทานจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ได้รับการยกย่องจากสถาบันพัฒนา และโล่เกียรติคุณต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก จนมีคณะสงฆ์ จากวัดและจังหวัดต่าง ๆ ให้ความสนใจมาศึกษาดูงานมากมาย ซึ่งวัดได้จัดระเบียบความสวยงาม ความสะอาด ร่มรื่น สมเป็นสถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปทองคำ ( พระพุทธรูปสุโขโพธิ์ทอง ) ซึ่งเป็นทองคำแท้ มีอายุยาว 500 ปี หนัก 9 กิโลกรัม มีพระบรมสารีริกธาตุ พระธาตุรากขวัญ ซึ่งได้อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา โดยสมเด็จ พระมหานายกะสมเด็จพระสังฆราชลังกาในนครแคนดี้ ได้นำมาประดิษฐานเป็นถาวรที่วัดแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2527 ( พระธาตุรากขวัญ คือพระธาตุไหปลาร้าของพระพุทธเจ้า )</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เนื่องในวโรกาสอันเป็นมงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 พรรษา และทรงเจริญพระชนม พรรษา ครบ 80 พรรษา ในปี 2550&nbsp; หลวงพ่อพระอาจารย์พิพัฒน์มงคลฯ ได้ร่วมกับคณะศิษยานุศิษย์ผู้ศรัทธาทั้งหลายได้เป็น ประธานร่วมกันถวายปัจจัยเป็นทุนเบื้องแรกดำเนินการสร้างอาคารเรือนไทย หอคำหลวงไม้สักทอง เสา 99 ต้น อาคารทรงไทยหอคำ หลังนี้&nbsp; สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานรูปเหมือนเถราจารย์ผู้ใหญ่&nbsp; 4 ภาค เช่น ภาคใต้ รูปเหมือนหลวงปู่ทวด&nbsp; ภาคกลางหลวงพ่อเงิน&nbsp; หลวงปู่สุข กทม. หลวงพ่อสด สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ภาคเหนือ หลวงปู่แหวน&nbsp; ครูบาศรีวิชัย&nbsp; หลวงปู่แก้ว&nbsp;และรูปเหมือนเกจิ อาจารย์อีกหลายองค์ จึงเป็นที่มาของการสร้างอาคารหลังนี้ซึ่งเป็นศิลปะล้านนา ไทยหลังใหญ่ที่สุดใน ภาคเหนือตอนล่าง<br />
<br />
<strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ประวัติพระพุทธสุโขโพธิ์ทอง</strong><br />
พระพุทธสุโขโพธิ์ทอง หรือนามสามัญ หลวงพ่อทองคำ วัดพิพัฒน์มงคล เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ปางมารวิชัย หล่อด้วยทองคำบริสุทธิ์ ด้วยทองคำหนัก 9 กิโลกรัม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างด้วยศิลปะสมัยสุโขทัยที่มีความงดงาม&nbsp; เดิมองค์พระพอกปูนลงรักปิด ทองอารักขาภัยไว้ ตัวองค์พระทองคำดังปรากฏในปัจจุบันนั้นสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี สกุลช่างสุโขทัย มีอายุประมาณ 700 ปี มีประวัติความเป็นมาและอภินิหารที่น่าสนใจ พระพุทธสุโขโพธิ์ทอง เป็นที่เคารพศรัทธาอย่างมากของชาว ทุ่งเสลี่ยม เนื่องจากเชื่อกันว่าพระพุทธสุโขโพธิ์ทอง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยให้เจ้าอาวาสสามารถตั้งวัดและหาปัจจัยเพื่อก่อสร้าง เสนาสนะให้วัดพิพัฒน์มงคลมีความเจริญและ เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมสำคัญของจังหวัดสุโขทัยได้ในช่วงเวลาไม่ถึง 20 ปี<br />
<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; พระพุทธสุโขโพธิ์ทอง ประดิษฐานอยู่ที่กุฎิเจ้าอาวาส วัดพิพัฒน์มงคล อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย ปัจจุบันทางวัดกำลังสร้าง พระพุทธวิหาร เพื่อเป็นสถานที่ประดิษฐานเป็นอาคารทรงทรงหอคำหลวงแบบสถาปัตยกรรมล้านนา โดยช่างรุ่ง จันทร์ตาบุญ นายช่างใหญ่คนเดียวกับผู้ออกแบบก่อสร้างอาคารหอคำหลวงในงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549<br />
วัดพิพัฒน์มงคลยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม มีสำนักปฏิบัติธรรมพลังจิตตภาวนาญาณทิพย์ ลานปฏิบัติธรรมพุทธมณฑลจำลอง และเมืองโบราณเก่าแก่ อายุประมาณ 880 กว่าปี ซึ่งบูรณะขึ้นมาใหม่ พร้อมทั้งหอเดินจงกรม หอปฏิบัติธรรม&nbsp;<br />
<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; สำหรับผู้ที่ต้องการมาปฏิบัติธรรม พักค้างแรมได้ที่วัด โดยมีห้องพักขนาดใหญ่จำนวน 10 ห้อง รองรับได้ประมาณ 40 กว่าคน และมีอาคารปฏิบัติธรรมขนาดใหญ่ที่สามารถรับผู้ที่มาปฏิบัติธรรมได้อีกจำนวนหนึ่งบริเวณรอบวัดได้ก่อสร้าง สถานที่ พักแรม เป็นศาลาเรือนนอน รองรับได้หลายร้อยคน และอาคารให้สำหรับผู้ค้าขายเดินทางมาจาก ต่างจังหวัดเพื่อค้างแรมเข้าพักได้ตลอดเวลา ทางวัดได้นำอาหารและน้ำไว้ให้บริการตลอดเวลา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ</p>

<p>อ้างอิงข้อมูลและภาพจาก&nbsp;<a href="http://www.pipatmongkol.com/">http://www.pipatmongkol.com</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://sti.onab.go.th/th/file/get/file/2021112518b30e0d2b0ddf590583750a497512c7134222.jpg' type='image/jpg' length='190241' />
</item>
</channel>
</rss>
