Get Adobe Flash player

เว็บ สนง.พระพุทธศาสนา

สถิติผู้เข้าชมเว็บ

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้65
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้132
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้197
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว748
mod_vvisit_counterเดือนนี้2303
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว3498
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด679242

ขณะนี้มีผู้ชม 2
IP ของคุณ: 103.55.142.142
,
Now is: 2018-02-20 11:44

Login Form



Home

ชีวิตก้าวหน้า ต้องพร้อมก้าวขาเดินทาง (พระมหาขวัญชัย กิตติเมธี ป.ธ.๙)

ผ่านเลยปีใหม่มาเกือบหมดเดือนแล้ว ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง ทุกคนกลับเข้ามาสู่วิถีชีวิตแบบเดิม ต้องตื่นมาเรียนหรือทำงานแบบเดิม การเฉลิมฉลองจบลงพร้อมกับการลืมตาตื่นมารับรู้ว่าปีใหม่ก็ยังคงเต็มไปด้วยวิถีชีวิตแบบเดิมๆ หรือชีวิตใหม่จะเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าที่ผ่านมาเพียงปีละครั้งให้แต่ละคน ได้หวนระลึกถึงก่อนจะหายลับไป

แต่สำหรับปีใหม่ปีนี้ผู้เขียน กลับได้รับรู้ว่าชีวิตในมุมมองที่ต่างออกไป ทั้งหมดอาจเริ่มต้นจาก...การตัดสินใจออกเดินทาง...มาสู่ศูนย์พุทธศาสนาและ สมาคมวัฒนธรรมไทยโบเดนเซ่ ประเทศเยอรมันแห่งนี้

 กลายเป็นที่ มาของการเรียนรู้ชีวิตในอีกซีกโลกหนึ่ง เหมือนชีวิตของโยมเกี๋ยงคำ เบเนส ชาวไทยใหญ่หรือที่ชาวพุทธไทยที่นี่รู้จักกันว่า คุณคำ เล่าถึงประสบการณ์ช่วงหนึ่งของการตัดสินใจเดินทางมายังประเทศเยอรมันว่า "ชีวิตโยมเริ่มต้นเมื่อต้องตัดสินใจแต่งงาน คือถ้าไม่แต่งก็คงต้องอยู่ที่หมู่บ้านบนดอยตลอดไป ไม่ได้ไปไหน จะออกจากหมู่บ้านได้อย่างมากก็แค่ปีละครั้งเท่านั้น"

 จึง ตัดสินใจแต่งงานกับสามีชาวเยอรมันตามคำแนะนำของพ่อบุญธรรมที่สนิทกับครอบ ครัว เนื่องจากเขาทำทัวร์และมักจะเข้ามาในหมู่บ้านบ่อยๆ จนสามารถพูดไทยได้อย่างคล่องแคล่วกลายเป็นที่รักของพ่อบุญธรรมไป ผสมกับเหตุผลที่ตนเองต้องการออกจากหมู่บ้านเพื่อได้พบเห็นอะไรใหม่ๆ ในชีวิตบ้าง จึงตัดสินใจแต่งงานและเดินทางออกมาใช้ชีวิตยังต่างแดน

 เป็น การตัดสินใจที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องภาษาที่ต้องอาศัยการเรียนรู้เองทีละเล็กละน้อย ก็อย่างที่โยมเล็กหรือนภาพร กัทเทอร์ อุบาสิกาอีกท่านพูดว่า "ทุกคนมาเยอรมันเป็นเหมือนคนแปลกหน้า ตราบที่ยังพูดภาษาเขาไม่ได้" ทุกคนจึงต้องลำบากกับการเรียนภาษาให้ได้ ไม่อย่างนั้นอาจต้องเก็บกระเป๋าเดินทางกลับบ้าน

 แต่จะว่า เป็นคนแปลกหน้าจนไม่มีใครคบก็ไม่เชิงนัก เพราะด้วยบุคลิกมีอัธยาศัยไมตรีมาแต่เดิมของคุณโยมคำจึงช่วยสร้างมิตรรอบตัว ได้ไม่ยากนัก บางคนอาจมองฝรั่งว่าต่างคนต่างอยู่ ไม่มีน้ำใจ แต่ที่จริงอาจเป็นที่เราเองต่างหาก ลองใครก็ตามเป็นคนมีน้ำใจก่อนก็จะพบเจอแต่คนที่มีน้ำใจเช่นกันไม่ว่าที่ไหน ก็ตาม

 สมตามที่พระพุทธองค์ตรัสว่า "คนย่อมคบค้าสมาคมกับคนประเภทเดียวกัน คนดีก็พบเจอกับคนดี คนเลวก็พบเจอกับคนเลว"

 พื้น ฐานและอัธยาศัยแบบคนไทยจึงช่วยส่งเสริมให้เราใช้ชีวิตใหม่ในต่างแดนได้ง่าย ขึ้น เหมือนกับอีกหนึ่งชีวิตคือ "อาอี้" หรือโยมอภิวันท์ ไมเออร์ ที่เริ่มต้นไม่ต่างจากคนอื่นต้องมาเรียนรู้ทั้งภาษาและวัฒนธรรมใหม่

 โดย เธอเล่าว่า "สามีส่งเธอเรียนภาษา และสอนให้ต้องเรียนรู้ถึงเรื่องสำคัญที่นี่คือการเข้าโบสถ์ (คริสต์), ดูแลลูก และการเข้าครัว และการให้ความสำคัญกับงานวันเกิดของญาติผู้ใหญ่ หากเป็นช่วงคริสต์มาส หรือ ไวนาชเทน (Weihnachten) ปลายปีจะมีรวมตัวกันของญาติๆ เหมือนสงกรานต์เมืองไทย..."

 แต่ ดูเหมือนเธอจะทำได้ดี จนสามีที่อยู่ร่วมกันมาเกือบ 10 ปีทำอัลบั้มรูปบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตคู่ โดยหน้าปกเป็นรูปวัดพุทธ โบเดนเซ่มีพระพุทธรูปตั้งอยู่ตรงกลาง ภาพข้างล่างเป็นท้องนาในเมืองไทย พร้อมมีภาษาเยอรมันเขียนไว้ แปลว่า "ความเป็นประเทศไทยที่หาดูได้ยากในเยอรมัน"

 พลิกด้านในจะพบ รูปเธอกับสามีและข้อความเป็นภาษาเยอรมัน แปลได้ความว่า "มีคนเคยบอกว่า ถ้าได้รู้จักผู้หญิงไทยที่ดีเหมือนได้เจอแจ๊กพอต ฉันได้รู้จักผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลกสำหรับตัวฉันแล้ว"

 ถ้า เราอยู่บ้านหรือประเทศตัวเอง คงไม่แปลกที่เจ้าของบ้านที่เอาแต่ใจและขี้โมโห แต่พอออกจากบ้านมายังต่างถิ่นต่างแดนที่ไม่มีใครรู้จัก ทุกคนจะเริ่มเห็นตัวเองเล็กลง เข้าใจว่าความอ่อนน้อมถ่อมตน ยิ้มแย้มแจ่มใสที่คนไทยมีนั้นช่วยทำให้ชีวิตอยู่ง่ายขึ้นมากแค่ไหน

 และที่สำคัญเป็นข้อพิสูจน์ให้รู้จักตัวเองมากขึ้นว่าเราเป็นคนอย่างไรในโลกใบนี้

 พระมหาขวัญชัย กิตติเมธี สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ วัดสระเกศ